บรรยากาศเก่าๆ กับบุญผ้าป่าสามัคคี ผู้คนต่างมารวมตัวกันสนุกสนานทำบุญ

เพื่อนๆก็คงจะได้ยินคำว่า ประเพณีบุญผ้าป่าสามมัคคี กันอยู่นะครับว่าคืออะไร วันนี้จะมาเล่าถึงเรื่องนี้กันหน่อยครับ เพื่อย้อนวันวานในอตีด ที่เป็นความทรงจำที่สนุกสนานและมีความสุข ในสมัยก่อนจึนถึงปัจจุบันนี้ คนหนุ่มสาวส่วนมากแล้ว เมื่อเรียบจบหรือไม่อยากเรียนต่อ ก็จะพากันไปทำงานที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะแถว กรุงเทพ ชลบุรี ระยอง ก็ต่างทราบกันอยู่แล้วว่า เป็นเมื่องแห่งอุตสาหกรรม ค่าแรงนั้นก็จะสูงกว่าตามภูมิภาคที่ตนอยู่ นั้นก็คือเหตุผลหลักในการเข้ามาทำงาน

หลังจากนั้นเมื่อเราทำงาน ก็จะเป็นการนับวันตั้งตารอที่จะกลับบ้าน ตามวันหยุดในเทศกานต์ต่างๆ หรือตามวันที่หมู่บ้านของตนมีบุญมีงาน เพื่อกลับมาสนุนสนานร่วมกัน และได้พบเจอหน้ากัน ในช่วงที่ต่างคนต่างไปทำงานที่อื่น จึงได้ใช้เวลาในช่วงนี้กลับมาร่วมวงสังสรรค์ ยิ่งไปกว่านั้นคือการมีมหรสพในงาน

เมื่อถึงเวลาคนที่ไปทำงานต่างจังหวัด ก็จะนัดหมายกันกลับบ้านเพื่อมาร่วมงาน จากการทำงานมาหลายเดือนหรือหลายปี ก็พอจะมีเงินอยู่บ้าง การทำบุญหรือประเพณีผ้าป่าสามัคคีนั้น ก็คือเป็นการวบรวมทุนคนในหมู่บ้าน และคนที่ไปทำงานต่างจังหวัด ก็จะเรียกว่าเป็นสาย นั้นก็คือการรวบรวมเงินที่ได้นั้น มาทำบุญตามที่ว่านี้ หลายสายที่คนไปทำงานต่างจังหวัดก็จะมารวมกัน

หลังจากนั้นก็จะมีการแห่พร้อมรถแห่รอบหมู่บ้าน ผู้คนในหมู่บ้านหรือคนที่กลับมาจากการทำงานต่างจังหวัดนั้น ก็จะออกมาร่วมสนุกสนานกัน ในขบวนนั้นก็จะมีผู้คนที่ถือต้นเงิน เมื่อผ่านหน้าบ้านใครก็จะเป็นการบริจาคช่วยกัน ด้วยการนำเงินมาเสียบที่ต้นเงินนั้นเอง

ภาพบรรยากาศแบบนี้ผู้เขียนเองก็เกิดทันอยู่ แต่ก็ยังเล็กพอจำความได้ การที่บ้านแต่ล่ะหมู่บ้านนั้นมีงานประเพณีอย่างนี้ เค้าก็จะออกมารวมตัวกัน เพื่อความสนุกสนาน ไม่เพียงเฉพาะการแห่รอบบ้านเท่านั้นนะครับ บางบ้านที่มีฐานะดีเศรษฐกิจดีหน่อย ก็จะมีหมอลำในยามค่ำคืน เสริมเข้ามาอีก ความสนุนสนานนั้นเรียกว่าเอาให้เต็มที่ ให้ลืมความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานกันเลย

หมอลำนั้นก็จะมีวงเล็กใหญ่ต่างกันไป แต่ถ่าเป็นลำเรื่องต่อกลอนนั้น เล่นจนสว่างกันเลยครับ เต้นจนเหนื่อยกันเลย 555

รุ่งเช้าในวันถัดไปก็จะเป็นการนำเงินที่ได้จากสายต่างๆ ที่กล่าวไปแล้วนั้น นำมารวมกันที่วัดเพื่อเป็นการถวายต่อยอดทำนุบำรุงศาสนาต่อไป การถวายนั้นยอดที่ได้แล้วนับมารวมกัน อาจจะยังไม่พอใจ ก็จะมีการต่อยอดเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ต่างคนต่างเพิ่มยอดก็จะได้มากขึ้น ที่สำคัญถ่าหากเป็นหมู่บ้านผู้เขียนเอง จะมีคนประกาศด้วยว่าเราหรือคนใดคนหนึ่ง ในการต่อยอดต้นเงินนั้นเท่าไร บางคนก็อยากมีหน้ามีตา คือเอาง่ายๆว่า แพ้กันไม้ได้กลัวเค้าว่าตนถวายเงินน้อย ก็จะทับกันไปเรื่อยๆ เงินเค้าวัดของหมู่บ้านนั้นก็จะเยอะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางปีถ่าห่างเป็นหมู่บ้านผู้เขียนเองได้ถึงหลักล้านกันเลยครับ และบ้านเพื่อนๆยังมีประเพณีอยู่มั้ย หรือเป็นอย่างไรบ้าง คอมเมนต์กันเค้ามาหน่อยครับ

ภาพประกอบจากผู้ใช้ FB ชื่อ วริธรณ์ วงศ์แสง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *